Latest News

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังคม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2561

เตือนด่วน! เย็นนี้เจอแน่ สภาพอากาศแปรปรวน พื้นที่ต่อไปนี้ระวังฝนถล่มโดนยาวๆถึง 28 ม.ค.

loading...


กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ”สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ก.พ. 2561)” ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 25 มกราคม 2561 ระบุว่าในช่วงวันที่ 25-28 มกราคม 2561 ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้
loading...
ส่วนในช่วงวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยสภาพอากาศกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
loading...
ที่มา:http://khaosudee.blogspot.com/

วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2561

ทำงี้ได้ไง? ไปตาม นร. “โดดเรียน”ในป่า เจอพม่ายืนฉี่กระชาก!ข่มขืน ก่อนฆ่าเสียชีวิต

loading...


สะเทือนขวัญวงการข้าราชการครูอีกครั้ง ทำเอาบรรดาข้าราชการครูสาวขวัญผวากันทั้งประเทศเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นกับครูสาวฝ่ายปกครองที่ไปตามนร.โดดเรียนข้างโรงเรียนและถูกฆาตกรรม
จากคนงานก่อสร้าง2คน กระชากเข้าป่ากอดจูบลูบคำและชกต่อยจนสลบและลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ทั้ง2คน แถมยังวนกลับมาฆ่าปิดปากเพื่ออำพรางคดี ทำเอาอธิบดีกระทรวงศึกษาที่การต้องอัดฉีดเงินรางวัลนำจับและผู้แจ้งเบาะแสให้ 50,000 บาทสำหรับผู้ที่แชร์ข่าวนี้ “หากผู้แจ้งเบาะแสเป็นเพื่อนในเฟสคุณ และถ้าคุณแชร์ข่าวนี้ถือว่าได้รับเงินรางวัลนำจับด้วย 50,000 บาท”

นาย มายอง เปตารา อายุ 24 ปี คดีเก่าพยายามฆ่า


นาย อิสรา มาเกาะ อายุ 26 ปี คดีเก่าพยายามฆ่า


เมื่อเช้าวันนี้เวลา 11:30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ. จักรทิพย์ แสวงวงศ์สกุล เจ้าหน้าที่ร้อยเวรได้รับแจ้งเหตุจากโรงเรียนพิทักษ์พล เกิดเหตุข้าราชการครูในโรงเรียนถูกฆาตกรรมอยู่บริเวณข้างโรงเรียนจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันที

loading...
ที่เกิดเหตุบริเวณพงหญ้าข้างโรงเรียนพบศพนางสาวจินตนา อริพูลชัย ข้าราชการครูฝ่ายปกครองอายุ 28 ปี สภาพศพมีร่องรอยคาบอสุจิอยู่บริเวณช่องคลอด บริเวณลำคอมีรอยเล็บขายถูกบีบจนเขียวช้ำ และบริเวณเต้านมซ้ายถูกกัดจนหัวนมขาดเจ้าหน้าที่คาดผู้ตายถูกคมคืนก่อนถูกฆาตกรรม จึงประสานงานขอตรวจสอบกล้อง วงจรปิดพบมีกล้องหนึ่งตัวที่จับภาพนาทีคนร้ายเป็นชายสองคนทำงานก่อสร้างอยู่บริเวณข้างโรงเรียนกระชากผู้เสียชีวิตเข้าไปในป่าต่อยท้องหนึ่งครั้งและจูบปากถอดเสื้อผ้าก่อนลงมือข่มขืนผู้ตายทั้งสองคนบริเวณโพรงหญ้าถัดไป 50 เมตรจนเสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป

จากการสอบสวนผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะฝ่ายปกครองเล่าว่าคุณหนิงเป็นข้าราชการครูฝ่ายปกครองที่ออกไปตามนักเรียนที่โดดเรียนในวันนี้ออกไปมั่วสุมกันที่ตึกร้านข้างโรงเรียนอยู่บ่อยครั้งจึงออกไปตามเพียงคนเดียวแต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงวอนขอให้สังคมและชาวโซเชียลมีเดียกระจายข่าวเพื่อให้นำจับผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฏหมายต่อไป


loading...
ที่มา:http://generalthainews.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561

สาวหน้าตาดี นั่งกองอยู่ที่ปากท่อระบายน้ำ นานสองนานไม่ยอมไปไหน นึกว่าทำของตก ก่อนเข้าไปดูผิดคาดแรง! ปล่อยไว้ไม่ได้ ชาวบ้านแห่มุงเพียบ (ดูภาพ)

loading...


เกิดเป็นเรื่องราวอุทาหรณ์ที่กำลังถูกแชร์ส่งต่อในโลกสังคมออนไลน์อย่างคึกคักอยู่ในขณะนี้ ต่อภาพเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา จากสมาชิกเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Mr-Nice Yuaisuay ได้มีการเผยภาพของหญิงสาวรายหนึ่งขณะนั่งวิเวกวังเวงอยู่กลางถนน บริเวณปากท่อระบาย


น้ำ พร้อมข้อความระบุว่า "ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นที่บ้านไผ่ เคยเห็นแต่ในทีวี เห็นกับตาแล้วครัฟ" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น


ซึ่งหญิงสาวรายดังกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุก้าวขาพลาด ตกลงไปในตะแกรงเหล็กปากท่อระบายน้ำ แล้วไม่สามารถดึงขาขึ้นมาได้ ด้วยเพราะตะแกรงมีความแคบ ต้องอาศัยให้หน่วยกู้ภัยเข้างัดถ่างช่วยเหลือ ท่ามกลางชาวบ้านที่เข้ามามุงช่วยส่งกำลังใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งท้ายที่สุดก็สามารถนำขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย และเมื่อมีภาพอุบัติเหตุถูกเผยแพร่ออกไป หญิงสาวเจ้าของเรื่องก็ได้เข้ามาคอมเม้นท์แสดงความขอบคุณ พร้อมชี้แจงถึงสาเหตุทำตกท่อระบายน้ำ ว่าไม่ได้เกิดจากการมัวเล่นโทรศัพท์  แต่เป็น
loading...


 เพราะความที่ไม่ทันได้ระวังของเธอเอง
ภาพเหตุการณ์


loading...
ที่มา:http://generalthainews.blogspot.com

วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เมื่อเผาศพเสร็จ“สัปเหร่อ” เรียกญาติมาดู “ขี้เถ้าของคนที่เสียชีวิต” เหลือเชื่อ พึ่งจะรู้ว่ามีสิ่งนี้ในร่ายกายมนุษย์!!

loading...


เผาคนที่เสียชีวิต

loading...


เศษเหล็ก
loading...

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

ส่องชีวิตล่าสุด “น้องมินท์” นางงามเก็บขยะ ปัจจุบันน้องเปลี่ยนไปมาก…ชาวเน็ตวิจารณ์กันสนั่น!!! (ชมภาพ)

loading...


หลายๆคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาเธอ เด็กสาวเก็บขยะอดีตแดนเซอร์ลูกทุ่งกลายเป็นนางงาม ที่สังคมออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวดีๆ ของนางงามยอดกตัญญูสู้ชีวิตอย่าง มิ้นต์-ขนิษฐา ผาแสง มิสอันเซนเซอร์นิวส์ไทยแลนด์ 2015 (Miss Uncensored News Thailand 2015) สาวน้อยวัย 17 ปี ชาวสมุทรปราการ ที่สามารถคว้ามงกุฎอันดับ 1 มาครองได้ในปีนี้ จนได้รับเสียงชื่นชมจนโด่งดังทั่วโซเซียลฯ


แน่นอน เรื่องราวชีวิตของน้องมิ้นต์เป็นที่น่าสนใจของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยน้องมิ้นต์ได้เผยว่า คุณแม่ของเธอมีอาชีพเก็บขยะขาย ส่งเสียตนจนจบชั้นม. 6 และขณะนี้กำลังเก็บเงินเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาตรี อีกทั้ง ยามวางจากการเรียนตนก็จะไปช่วยคุณแม่เก็บขยะ คัดแยกขยะเพื่อเตรียมนำไปขาย และถึงแม้วันนี้น้องมิ้นต์จะมีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว แต่คุณแม่ก็ยังไม่ยอมเลิกอาชีพเดิม เพราะเป็นอาชีพที่เลี้ยงดูลูกสาวจนทำให้น้องมิ้นต์กลายเป็นนางงามได้ทุกวันนี้


หลังจากตกเป็นข่าวโด่งดัง ก็มีงานมีเงินรุมเข้าหาน้องมิ้นต์ พร้อมโอกาสดีๆอีกมากมายในวงการบันเทิงทั้ง การจะมีโอกาสเล่นหนัง เล่นละคร ถ่ายโฆษณา รวมถึงงานโชว์ตัวที่ติดต่อจากต่างประเทศ แต่หลังจากที่กระแสเงียบหายไป ก็ไม่มีใครได้ข่าวคราวจากน้องมินต์ ว่าเธอเป็นยังไง จนกระทั่งล่าสุดมีการเปิดเผยออกมาว่า น้องมินต์ ไม่ได้อยู่สังกัดของนางงามเวทีนั้นแล้ว เธอได้ออกมาจากเวทีนั้นแต่ไม่มีการเปิดเผยว่าเธอสละตำแหน่งหรือถูกปลดออกจากตำแหน่งหรือไม่เพราะเหตุผลอันใด จึงกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม คือช่วยแม่เก็บขยะขาย และทำงานเล็กๆน้อยๆหาเลี้ยงที่บ้าน


บางกระแสก็บอกว่าน้องมินต์มีคนมาทามทาบไปร่วมงานกับสังกัดค่ายบันเทิงที่อื่นเลยนำมาซึ่งความบาดหมางกับเวทีเดิมที่ตัวเองเคยได้ตำแหน่ง แต่อย่างไรก็ตามความจริงเจ้าตัวกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมเพราะจะดูไปแล้วโอกาสสำหรับเธอยังมีอีกเยอะเพราะเจ้าตัวอายุแค่ 18 เองแต่ก็คว้าตำแหน่งมาได้แบบเหนือความคาดหมาย ส่วนโอกาสในเรื่องเส้นทางบันเทิงหรือนางงามเวทีอื่นๆเจ้าตัวก็มีมากเหมือนกัน เอาเป็นว่าตอนนี้ขอกลับไปตั้งหลักแล้วเลือกเส้นทางชีวิตที่เหมาะกับตัวเองจะดีกว่า เพราะก่อนที่จะมาดังจากกระแสข่าวนางงามเก็บขยะ เจ้าตัวก็บยังบอกว่าไม่เคยลืมกำพืดและความดังไม่มีทางทำให้ชีวิตที่ต้องเก็บขยะหาเลี้ยงชีพเปลี่ยนแปลง ยังรักแม่และเดินหน้าเลี้ยงดูครอบครัวด้วยงานสุจริตต่อไปเหมือนถึงจะไม่โด่งดังเหมือนแต่ก่อนส่วนงานในวงการที่หลายคนคาดว่า น้องมิ้นต์ต้องดังพลุแตกแต่กลับไม่เป็นตามคาด แทบจะไม่มีงานในวงการหรืองานพรีเซ็นเตอร์ที่เคยมีต่างประเทศติดต่อมาก็หายเงียบไป ยังไงเป็นกำลังใจให้นะจ้ะ

เจอตัวล่าสุดมีแหล่งข่าวค่อนข้างลึกลับบอกว่าพบเจอน้องมินต์ ที่ร้านตำนานคนอีสานแถวพระราม 3 ก็ไม่กล้าคิดว่ามินท์จะมาทำงานตรงนี้เพราะจากภาพนางงามที่ดูแพงจะหันมาทำงานกลางคืนเป็นแดนซ์เซอร์เป็นหางเครื่องกับเพื่อนๆ บอกเลยว่าชีวิตมินท์ดราม่าและสู้ชีวิตสุดๆ แม้จะเคยดังและมีชื่อเสียงแต่ตอนนี้กระแสเงียบหายไป งานน้อยลงไม่มีงานในวงการบันเทิงติดต่อเข้ามาเลย จนต้องหางานทำที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองได้
loading...
มาดูน้องมินต์ในสภาพหางเครื่องแดนซ์เซอร์ของวงดนตรีที่ทำการแสดงในร้านอาหาร นางก็ยังน่ารักเหมือนเดิมนะจ้ะ ดูร่าเริงและไม่เคยน้อยใจและรู้สึกตกอับอาภัพเพราะเธอเองก็เหมือนมาจากดิน ฉะนั้นชีวิตจะมีขึ้นมีลง มิ้นท์ ก็ทนรับสภาพได้ ฝากเป็นกำลังให้กับน้องมินท์ที่เฟสบุค Mint Khanittha หรือถ้ามีใครสนใจงานแสดงงานรีวิวก็ติดต่อน้องได้เลยนะจ้ะ




 ที่มา:http://th.thanaza.com/news-miss-uncensored/
loading...


วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560

แม่บังคับให้ฉันอยู่หอตลอดเวลา จนวันนึง ฉันแอบกลับบ้าน เจอแม่ในสภาพนี้ ทำเอาฉันถึงกับทรุด!!!

loading...


เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้เปิดเผยเรื่องราวของชาวเน็ตท่านหนึ่งโดยเรื่องราวมีอยู่ว่า.. เราเป็นลูกสาวคนเดียว ตอนเล็กๆสนิทกับพ่อแม่มาก ในความทรงจำเราจำได้ว่า พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกจะไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ด้วยกันเสมอ

แต่อย่างเดียวที่ไม่ดีคือพ่อเราทำงานสำรวจธรณีวิทยา ทำให้บางครั้งหายไปนานๆถึงจะกลับบ้านสักครั้ง แต่ถ้ากลับมาก็จะซื้อของขวัญที่เราและแม่ชอบมาให้ พ่อดีกับเรามาก อบอุ่น ไม่เคยตี ไม่เคยดุ ตอนเด็กๆถ้าพ่ออยู่บ้าน เราจะไม่ยอมให้แม่อาบน้ำให้เลย ต้องให้พ่ออาบเท่านั้น เพราะเวลาพ่อสระผมให้เราไม่เคยทำให้เราเจ็บเลย ไม่เพียงดีกับเรา พ่อยังเป็นคนมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ถ้าพ่ออยู่บ้านพ่อจะไม่ยอมให้แม่ทำอะไรเลย งานครัวพ่อก็ลงมือเอง


(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราเข้ามหาลัย บ้านเราอยู่ในเมือง แถมยังอยู่ใกล้มหาลัยมาก ห่างกันแค่ 2 ป้ายรถเมล์ได้ บางครั้งเราไม่ต้องนั่งรถเมล์ ใช้วิธีเดินกลับบ้านเอายังได้ แต่ตอนอยู่ปีหนึ่ง มหาลัยมีกฎให้ทุกคนต้องอยู่หอ เราเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งพูดกันตามตรงแล้วเราไม่ชอบอยู่หอเลย เราชอบอ่านหนังสือเงียบๆ แต่ที่หอพอตกกลางคืนก็ทั้งโจ๊ก ทั้งมาม่า บางคนคุยโทรศัพท์ บางคนเล่นเกมส์ เสียงดังโหวกเหวก ไม่มีสักนาทีที่จะสงบ เพราะงั้นพอขึ้นปี 2 เราก็บอกแม่ว่าเราจะกลับไปอยู่บ้านแล้ว ไม่อยากอยู่หอ นึกไม่ถึงว่าแม่จะบอกว่า เราโตแล้วต้องรู้จักอยู่ได้ด้วยตัวเอง อีกไม่กีปีก็เรียนจบทำงานมีครอบครัวเองแล้ว ไม่สามารถพึ่งพาพ่อแม่ได้ตลอดเวลา เราเป็นเด็กไม่พูด ตอนนั้นได้ยินแม่พูดแบบนั้นก็ไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร แต่เรารู้สึกว่า 1 ปีมานี้แม่เปลี่ยนไปมาก เวลาเรากลับบ้านเสาร์อาทิตย์แม่ก็จะชอบนั่งเล่นมือถือ บางครั้งโทรศัพท์ก็ดังไม่หยุด เราเป็นคนช่างคิดและบางทีก็คิดไปในแง่ร้าย เราว่าแม่ต้องมีอะไรบางอย่างปิดบังเรา
loading...


(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

เพราะงั้นเราก็เลยแสร้งทำเป็นยอมอยู่หอ แต่จริงๆแล้วเรากับเพื่อนออกมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆมหาลัยแทน จะได้มีที่อ่านหนังสือสงบๆ และแอบดูพฤติกรรมของแม่ได้ วันนึงเราไม่มีเรียนตอนบ่าย ก็เลยกลับบ้าน ตอนที่เรากำลังเปิดประตูเข้าบ้านไป เราก็เห็นว่าแม่พุ่งออกมาจากห้องนอนอย่างตกอกตกใจ แถมเสื้อผ้าก็ไม่เรียบร้อย หน้าก็แดง ตอนนั้นเราก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เตรียมใจรับเหตุการณ์ แต่เราก็วิ่งไปที่ประตูห้องนอนเปิดออก แล้วก็เห็นชายแปลกหน้านั่งอยู่บนเตียงของพ่อแม่ แถมยังยิ้มให้เราอย่างกระอักกระอ่วน เราหันมาถามแม่ว่าเขาคือใคร แม่อ้ำๆอึ้งๆบอกว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียน เราได้ยินแบบนั้นแล้วก็รีบออกจากบ้านมาทันที

เพราะว่าเรื่องนี้ เราไม่กลับบ้านมา 1 เดือนแล้ว ช่วงที่ผ่านมาแม่พยายามโทรหาเราไม่หยุด แถมยังมาหาที่มหาลัยด้วย แม่อยากให้เรากลับไปคุยกับแม่ดีๆ แต่เราปฏิเสธ ตอนนี้ แม่บอกว่าพ่อกลับมาบ้านแล้ว แถมยังถามว่าทำไมเราไม่กลับบ้านสักที พูดตามตรงแล้ว เราอยากกลับบ้าน แต่เราไม่รู้จะเผชิญหน้ากับพ่อยังไง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแม่ เราควรจะเปิดโปงแม่ หรือควรจะปิดบังพ่อเพื่อครอบครัว? แต่เราแทบไม่อยากเชื่อว่าแม่จะบังคับให้เราอยู่หอ ก็เพราะว่าจะพาชู้รักเข้ามามีอะไรกันในบ้าน ตอนนี้เราไม่เหลือความรู้สึกดีๆให้แม่อีกแล้ว

เราสับสน เราจะทำยังไงดี?
loading...
ที่มา:http://th.thanaza.com/news-social-323/

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

แชร์ว่อน! หนุ่มเห็นคู่ชายหญิงเดินหายไปบนสพานลอย ก่อนถือก้องถ่ายตามไปดู เจอสุดภาพบาดใจกลางสายฝน!!(คลิป)

loading...


วันที่ 17 กันยายน โดยสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Adisak Khawsa-ard ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่ตัวเองไปประสบมากับตัวบริเวณสะพานลอยแห่งหนึ่งในอ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยพบว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งเหมือนจะร่วมรักกันท่ามกลางสายฝน

loading...


หลังจากที่มีการนำเอาคลิปมาโพสต์ในโลกออนไลน์ ปรากฏว่าเกิดกระแสวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง หลายๆคนบอกว่า คลิปนี้แค่เตี้ยมกันมา แต่ก็ยังมีคนที่เชื่อว่า กริยาท่าทางของคนในคลิป คงไม่ได้ทำอย่าอื่นกันแน่ นอกจากจะมีเพศสัมพันธุ์กัน

(คลิป)

loading...
ที่มา:http://hossod.com/7047

วันเสาร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560

อ้าปากค้างเลย! เปิด 15 สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เท่าที่เคยมีการค้นพบมา! จะอลังการแค่ไหน? ไปดู!

loading...


นี่ไม่ใหญ่การนำปลาวาฬมาชุบแป้งทอดหรือหยิบเอากระทะทอดปลาวาฬ มาเล่นมุขขำขันว่าอะไรกันแน่เป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุด แต่มันคือสาระล้วนๆ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ ว่าอะไรบ้างที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ ส่วนจะมีอะไรบ้าง เราขอพาทุกท่านไปชมกันเลย

1. ต้นไม้ยักษ์ซีคัวญา


นี่คือสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลก (นับแบบปริมาตร) โดยเฉพาะเจ้าต้นไม้ยักษ์ซีคัวญ่าที่ชื่อ General Sherman นั้นได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสูงมากถึง 83.8 เมตร และมีเส้นรอบวงฐาน 31.3 เมตร โดยถ้าเอาคนไปยืนเปรียบเทียบล่ะก็ จะเหมือนเราเข้าไปในโลกของยักษ์เลยทีเดียว

2. แอมฟิโคเลียส


แอมฟิโคเลียส เป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีการค้นพบมาในประวัติศาสตร์ โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามันอาศัยอยู่ราว 145-161 ล้านปีก่อน ความยาวของมันอยู่ที่ 58 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 122.4 ตัน โดยกระดูกสันหลังของมันชิ้นหนึ่งยังมีขนาดถึง 2.5 เมตร อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่าขนาดของมันใหญ่เกินจริง ซึ่งถ้ามีไดโนเสาร์ที่ใหญ่ขนาดนี้แสดงว่ามันจะต้องกินอาหารที่เยอะมาก จนส่งผลให้ระบบนิเวศไม่สมดุล

3. ไททันโนโบอา


งูยักษ์ในยุคดึกดำบรรพ์ที่ถูกค้นพบโดยคณะนักวิทยาศาสตร์สาขาบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทรอนโต โดยจัดอยู่ในจำพวกงูเหลือมและงูหลาม แต่มีลักษณะและพฤติกรรมคล้ายกับงูอนาคอนดา โดยการหากินในน้ำเพื่อล่าปลาและจระเข้ อาศัยอยู่บนโลกของเราราว 58-61 ล้านปีก่อน ความยาวโดยเฉลี่ยของเจ้าไททันโนโบอาคือ 13.5 เมตร หรืออาจยาวถึง 15 เมตร และหนักถึง 2.6 ตัน ซึ่งถ้าเทียบกับงูหลามที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันยังมีความยาวเพียง 7.5 เมตรเท่านั้น

4. ขนุน


สำหรับตำแหน่งผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ใช่ผลไม้อื่นไกลที่ไหน แต่เป็นขนุนที่คนไทยเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยขนุนลูกที่ใหญ่มากอาจมีความยาวถึง 90 ซม. และมีเส้นรอบวงถึง 50 ซม.

5. อาร์เจนตาวิส


นกแร้งยักษ์ที่อาศัยอยู่บริเวณแถบเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้ ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ราว 5-8 ล้านปีก่อน โดยเป็นหนึ่งในนกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความยาวปีกของมันอาจกว้างได้ถึง 7 เมตร และมีน้ำหนักตัวมากถึง 72 กิโลกรัม ส่วนอาหารของเจ้านกชนิดนี้คือสัตว์จำพวกหนู ซึ่งแน่นอนว่าหนูในสมัยนั้นก็ตัวใหญ่ไม่ใช่เล่น

6. ถ้ำเซินด่อง


นี่คือถ้ำที่เกิดจากกระแสน้ำที่ไหลกัดเซาะอยู่เบื้องล่างจนเกิดเป็นสภาพแวดล้อมที่น่ามหัศจรรย์ โดยถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฟ็องญา-แก๋บ่าง ในประเทศเวียดนาม ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก และได้รับการยอมรับว่าเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดในโลก โดยห้องโถงของถ้ำแห่งนี้มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตร สูง 200 เมตร และกว้าง 150 เมตร

7. บัวผุด


บัวผุด หรือ Rafflesia คือดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดบนโลกนี้ โดยเป็นกาฝากชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยู่บนรากของพืชจำพวกสกุลเครือเขาน้ำ จุดเด่นของมันคือดอกที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินขนาดใหญ่เพียงดอกเดียว และมีกลิ่นเหม็นมาก เส้นผ่าศูนย์กลางของบัวผุดที่ใหญ่มากๆ อาจกว้างถึง 100 ซม. ซึ่งเราสามารถหาชมบัวผุดนี้ในประเทศไทยเช่น อุทยานแห่งชาติห้วยยาง ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรืออุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

loading...
8. กวางยักษ์ไอริช


นี่คือกวางยักษ์โบราณที่อาศัยอยู่บนโลกนี้เมื่อประมาณ 2 ล้านปีจนถึง 7,700 ปีก่อน โดยมันมีความสูงกว่า 2.1 เมตรและหนักกว่า 540-600 กิโลกรัม ซึ่งหลังจากการการแผ่ขยายของป่าที่มากขึ้น ทำให้การใช้ชีวิตของพวกมันลำบากมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากเขาขนาดใหญ่ของมันที่กว้างถึง 3.65 เมตร และมีน้ำหนักกว่า 40 กิโลกรัม ส่วนอีกเหตุผลที่พวกมันสูญพันธ์ก็น่าจะมาจากการถูกล่า

9. เห็ดยักษ์


เจ้าเห็ดยักษ์ที่มีชื่อเรียกยากๆ ว่า อาร์มิลลาเรีย ออสโตเย (Armillaria Ostoyae) โดยหากเราไม่ได้นับเรื่องปริมาตรแล้วล่ะก็ เห็ดยักษ์ที่ถูกค้นพบในปี 1988 บริเวณป่าบลูเมาท์เทน รัฐโอเรกอน ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ถึงแม้มันจะไม่ได้มีตัวเห็ดขนาดใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมาบนพื้นดิน แต่ระบบรากของมันที่ชอนไชไปตามรากต้นไม้ต่างๆ เชื่อมต่อกันอยู่ใต้ดิน กว้างใหญ่ขนาด 8.4 ตารางกิโลเมตร แน่นอนว่าคงไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนที่จะแผ่ขยายได้กว้างใหญ่กว่านี้อีกแล้ว

10. แมงป่องทะเลยักษ์


นี่คือสัตว์ขาปล้องที่ใหญ่ที่สุดที่อาศัยอยู่บนโลกของเราราว 390 ล้านปีก่อน โดยขนาดฟอสซิลของก้ามที่พบมีความยาวถึง 46 ซม. ซึ่งคาดคะเนว่า เจ้าสัตว์ทะเลชนิดนี้จะมีความยาวถึง 2.5 เมตร หรือเทียบเท่ากับจระเข้ตัวเขื่องทีเดียว และโชคดีแค่ไหนที่เราไม่ต้องเจอกับเจ้าตัวประหลาดขนาดยักษ์ในน้ำในยุคนี้

11. เกรตแบร์ริเออร์รีฟ


นี่คือแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดและถือเป็นสิ่งก่อสร้างแบบเดี่ยวที่มีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ โดยมันมีความยาวกว่า 2,300 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 345,000 ตารางกิโลเมตร ของน่านน้ำรอบๆ แนวปะการัง จนปัจจุบัน เกรตแบร์ริเออร์รีฟถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกก็ว่าได้

12. หมียักษ์หน้าสั้น


นี่คือโคตรหมีที่อาจมีความสูงถึง 3.7 เมตรเมื่อยืน 2 ขา และมีน้ำหนักมากกว่า 2 ตัน โดยมันสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็ว 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความแข็งแรงของมันสามารถฆ่าแมมมอธได้ ถือว่าเป็นสัตว์ทรงพลังที่สุดชนิดหนึ่งในยุคน้ำแข็ง ซึ่งโชคดีที่มันสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้วเมื่อราว 14,000 ปีก่อน

13. ไจแกนโธพิธิคัส


ถึงแม้ลิงยักษ์ในอดีตจะไม่ใหญ่โตเหมือนกับในภาพยนตร์เรื่องคิงคอง แต่เจ้าไจแกนโธพิธิคัสนี้ก็คือคิงคองดึกดำบรรพ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่อาศัยอยู่ราว 9 ล้านปีจนถึง 1 พันปีก่อน ซึ่งแน่นอนว่าตัวของมันใหญ่โตกว่าคิงคองตัวจริงพอสมควร โดยขนาดของมันเวลายืน 2 ขาจะสูงราว 3 เมตร และมีน้ำหนักราว 540-600 กิโลกรัม

14. เควทซาลโคลต์


นกยักษ์ที่เป็นตำนานมังกรของชนเผ่าแอสเท็กซ์ดูเหมือนจะเป็นตำนานมากกว่าเรื่องจริง แต่หลายคนเชื่อว่ามันอาศัยอยู่ในยุค 66-68 ล้านปีก่อน โดยถือว่าเป็นสัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ความกว้างของปีกพวกมันคือ 12-15 เมตร และอาหารของพวกมันก็คือซากศพของสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก

15. วาฬสีน้ำเงิน

ปิดท้ายกันด้วยสัตว์ที่ได้ชื่อว่าตัวใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเปรียบเทียบในยุคไหนๆ ก็ตาม วาฬสีน้ำเงินก็ยังคงเป็นอันดับหนึ่งอยู่ดี ด้วยความยาวตัวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบคือ 31.2 เมตร และน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่จะอยู่ราวๆ 100-200 ตัน แค่ลิ้นของมันก็หนักพอๆ กับช้างหนึ่งตัว หัวใจมีขนาดเท่ารถยนต์ เส้นเลือดบางเส้นกว้างพอที่มนุษย์จะลงไปว่ายน้ำได้ แถมครีบหางก็กว้างกว่าปีกเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก เรียกได้ว่ามันใหญ่โตยิ่งกว่าไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเสียอีก
loading...
ที่มา:http://th.thanaza.com/news-the-biggest-in-the-world/

วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ป๊าดติโธ๊!! เมื่อคุณแม่สาวคนนี้ โผล่ไปหาลูกชายที่โรงเรียนในงานวันแม่ พอดูชัดๆ ฮือฮาทั้งโรงเรียน!!

loading...


วันนี้ก็เป็นงานวันแม่แห่งชาติแล้ว ลูกๆ ทุกคนต่างก็นำพวงมาลัยและดอกมะลิสวยๆ ไปไหว้แม่เพื่อขอพรจากท่านกันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นวันที่ดีและอบอุ่นอีกหนึ่งวัน และจะเป็นวันที่อบอุ่นไปอีกทุกๆ วันหลังจากวันนี้


ก็เป็นภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า อิ’นู๋จอย เฟ๊อะฟ๊ะ ที่ได้ลงภาพที่กำลังไปร่วมงานวันแม่ที่โรงเรียนลูกชาย บอกเลยว่าไปทีคุณครูและคุณแม่คนอื่นๆ ต่างมีอึ้งแน่นอน เพราะเธอคนนี้ยังสวยแซ่บแถมหุ่นยังเป๊ะมากกก ! ชาวเน็ตมีการแชร์ภาพของแม่ลูกคู่นี้อย่างสนั่นกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นภาพที่อบอุ่นมากจริงๆ มาชมภาพความน่ารักๆ กันค่ะ
loading...



loading...
ที่มา:http://srikasa.com/%E0%B8%9B%E0%B9%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%98%E0%B9%8A-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA/

Recent Post